นางศิริพร กฤชสินชัย รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามโครงการการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวของศูนย์วิจัยข้าวอยุธยา ที่ใช้งบกว่า 1 ล้านบาทภายใต้งบประมาณตามแผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ซึ่งจะต่อยอดพันธุ์ข้าวที่กำลังวิจัยพันธุ์ข้าวถึง 9 สายพันธุ์ โดยจะพัฒนาตามสภาพของพื้นที่ เนื่องจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เป็นที่รองรับน้ำจำนวนมากและหากน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูก จะไม่สามารถทำการเพาะปลูกหรือปลูกพืชชนิดใดได้นอกจากข้าวขึ้นน้ำ ที่มีลักษณะพิเศษสามารถยืดปล้องเมื่อมีปริมาณน้ำสูงขึ้น และยังคงให้ผลผลิตได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยข้าวฯ ได้ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวขึ้นน้ำพื้นเมืองให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรด้วย รวมถึงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู การแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวขึ้นน้ำ ตลอดจน การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ในนาข้าว ซึ่ง ก.ธ.จ.อยุธยาต่างชื่นชมแนวคิดดังกล่าว พร้อมส่งเสริมให้ประสบผลสำเร็จ
ด้านนายนพดล ประยูรสุข ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ปัจจุบันศูนย์วิจัยข้าวฯ เป็นแหล่งรวบรวมและอนุรักษ์พันธุ์ข้าวขึ้นน้ำที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีงานวิจัยด้านพันธุ์ข้าวขึ้นน้ำรองรับ พร้อมเตรียมผลิตและขยายปริมาณเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรด้านการเพิ่มมูลค่าข้าวขึ้นน้ำ ด้วยการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากแป้งข้าว เช่น การทำเส้นขนมจีน เส้นหมี่ เส้นก๋วยเตี๋ยว ควบคู่กับใช้ข้าวเปลือกเป็นอาหารไก่ชน และแปรรูปฟางข้าวเป็นจานรองแก้วกาแฟ ถาดใส่ไข่
พร้อมย้ำได้ใช้พันธุ์ข้าวขึ้นน้ำที่นิยมปลูกในทุ่งมหาราช อำเภอบางปะหัน จัดทำเป็นแปลงขยายพันธุ์ภายในศูนย์ฯ จำนวน 20 ไร่ และนำเมล็ดพันธุ์ข้าวขึ้นน้ำที่คัดเลือกจนมีความบริสุทธิ์ 9 สายพันธุ์ ประกอบด้วย หอมทุ่ง ปิ่นแก้ว ขาวแก้ว ขาวหลวง ขาวสมุทร ขาวเม็ดเล็ก ขาวพะยอม ขาวสุพรรณและพวงทอง นำมาวิจัยว่าจะให้เกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์อะไรที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการยกระดับการผลิตข้าวขึ้นน้ำให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างแน่นอน
ติดต่อโฆษณา โทร. 09-4960-8555